BUSINESS & INVESTMENT

สุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่ | ข้อมูลการลงทุนและธุรกิจ – Marketingtangtruong.com

คุณกำลังพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อการหาเงินออนไลน์หรือไม่? คุณกำลังมองหาหัวข้อที่เหมาะสม สุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่ หรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้นโปรดอ่านบทความนี้ทันที.

สุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่| ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการลงทุน – Marketingtangtruong.com.

ดูวิดีโอโดยละเอียดด้านล่าง

รูปภาพที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ กลอนสุนทรถภู่.

สุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่

ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ, ดูรายละเอียดที่นี่ : ดาวน์โหลดได้ที่นี่.

ควรอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อสุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่.

กลอนสุภาษิตสอนหญิง โดย สุนทรภู่
……
สุภาษิตสอนหญิง เป็นผลงานกวีนิพนธ์แบบกลอน ไม่ปรากฏแน่ชัดว่าประพันธ์เรื่องนี้ขึ้นเมื่อใด เนื้อหาเป็นการสอนสตรีในด้านต่างๆ เช่น การวางตัว การเจรจา การเลือกคู่ เป็นต้น
นักวิชาการบางส่วนเห็นว่า วรรณกรรมเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นผลงานของสุนทรภู่ แต่น่าจะเป็นของนายภู่ จุลละภมร ผู้เป็นศิษย์
อย่างไรก็ดีนักวิชาการส่วนใหญ่ยังถือว่าวรรณกรรมเรื่องนี้เป็นผลงานของสุนทรภู่อยู่ ทั้งนี้แนวคิดหลายประการที่ปรากฏอยู่ในวรรณกรรม แสดงให้เห็นว่าผู้ประพันธ์ค่อนข้างมีความคิดทันสมัย และเห็นความสำคัญของเศรษฐกิจการเรือนที่อยู่ในมือของผู้หญิง
ขอบคุณ​เพลงประกอบ​.

https://baannapleangthai.com หวังว่าข้อมูลในบทความนี้จะมีคุณค่ามากสำหรับคุณ. ขอแสดงความนับถือ.

การค้นหาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อสุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่.

กลอนสุนทรถภู่

สุภาษิตสอนหญิง_สุนทรภู่

[vid_tags]

#สภาษตสอนหญงสนทรภ

Gianni Towne

สวัสดีทุกคนฉันชื่อ Gianni Towne ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลเครือข่ายคอมพิวเตอร์การเขียนโปรแกรม เว็บไซต์นี้ฉันสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันความรู้ให้กับทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Related Articles

6 Comments

  1. ขอยกเอาความในกลอนมากล่าวถึงจุดประสงค์ของการแต่งดังนี้ว่า..

    พอเป็นเรื่องสำหรับดับทุกข์โทษ
    เป็นประโยชน์แก่สตรีที่สวยสาว
    เป็นตำหรับแบบฉบับไปยืดยาว
    ในเรื่องราวสุภาษิตลิขิตความ
    ข้อไหนชั่วแล้วอย่ามัวไปขืนทำ
    จงจดจำบุญบาปอย่าหยาบหยาม
    เก็บประกอบเอาแต่ชอบในเรื่องความ
    ประพฤติตามห้ามใจเสียให้ดี
    อย่าฟังเปล่าเอาแต่กลอนสุนทรเพราะ
    จงพิเคราะห์คำเลิศประเสริฐศรี
    ไว้เป็นแบบสอนตนพ้นราคี
    กันบัดสีคำค่อนคนนินทา
    —-
    ฉะนั้น เรื่องของผู้แต่งที่ผ่านวันมาเนินนาน ถึงจะเป็นท่านใดก็ตามแต่ หากเราใช้เนื้อหามาทำประโยชน์กับชีวิตก็จะเป็นสาระตรงความประสงค์ของผู้แต่ง
    __
    ส่วนความเห็นของผู้อ่านนั้น คิดว่าเป็นกลอนของสุนทรภู่ เพราะเป็นเรื่องราวที่ต่อเนื่องกับนิราศเมืองเพชรที่กล่าวว่า

    จากนิราศเมืองเพชร….
    ๏ แค้นแต่ขำกรรมอะไรไฉนน้อง
    เฝ้าท้องท้องทุกทุกปีไม่มีเหมือน
    ช่างกระไรใจจิตรไม่บิดเบือน
    จะไปเยือนเล่าก็รู้ว่าอยู่ไฟ
    จึงฝากคำทำกลอนไว้สอนสั่ง
    เมื่อมิฟังพี่ห้ามตามวิไสย
    __
    ซึ่งก่อนนิราศเมืองพชร สุนทรภู่คงอาจจะตกยาก มาอาศัยที่เมืองเพชร แล้วแต่งกลอนกล่าวไว้ในสุภาษิตสอนหญิงว่า

    ไม่แกล้งกล่าวค่อนว่าแก่นารี
    ผู้ใดคิดผิดพลั้งเหมือนอย่างว่า
    ถูกตำราแล้วอย่าโกรธพิโรธพี่
    ควรยับยั้งชั่งใจเสียให้ดี
    ถ้าหลีกลี้เลิกเล่นไม่เป็นไร
    แม้นชั่วช้าใครว่าแล้วโกรธเขา
    เช่นตัวเราผู้แต่งแถลงไข
    จะวิบัติบาปกรรมซ้ำหนักไป
    ถึงตกใต้เทวทัตเพราะขัดเคือง
    แม้คนดีมีปัญญาถ้าไม่โกรธ
    เห็นประโยชน์ตัดชั่วในตัวเปลื้อง
    ให้พ้นทุกข์สุขีเป็นศรีเมือง
    อย่าแค้นเคืองคำข้าขออภัย
    __
    โดยลักษณะการกล่าวทั้งสองแห่งดูจะเชื่อมโยงสัมพันธ์กัน นี้เป็นข้อสังเกตุของผู้อ่าน
    เมื่อเรื่องราวจะแต่งกลอนสอนหญิง จึงต้องมีคำไหว้ครูให้เป็นพิธี ดูน่าเชื่อถือและเลื่อมใส เฉพาะกลอนนี้
    __
    ในด้านคารมคำเฉพาะที่ใช้เป็นส่วนตัวมักจะใช้พ้องกันดังนี้
    จากสุภาษิตสอนหญิง…
    แต่ผ้าขาดก็ไม่ปรารถนาเย็บ
    ขี้เกียจเก็บพลัดวางได้กลางเรือน
    จากนิราศภูเขาทอง….
    นี่จนใจไม่มีเท่าขี้เล็บ
    ขี้เกียจเก็บเลยทางมากลางหน
    _
    การสอนเรื่องการพูดจานั้น เป็นเรื่องเน้นสำหรับสุนทรภู่เป็นอย่างมาก และเน้นเกือบทุกคำกลอนที่ท่านแต่ง มีคำแฝงให้คิดพิจารณาอยู่ตลอดทั้งบทกลอน
    และด้านสกุลเงินนั้น เงินบาทสลึงเฟื้อง มีใช้มาก่อนรัชกาลที่ 5 แน่นอนแต่อาจไม่เป็นรูปแบบ เช่นเป็นเหรียญอย่างในปัจจุบัน
    อ้างอิง
    สลึง เป็นหน่วยเงินของประเทศไทยในสมัยโบราณ มีค่าเท่ากับ
    1/4 บาท ปัจจุบันใช้เป็นภาษาพูดหมายถึงเงินมูลค่า 25 สตางค์ หรือน้ำหนักทองคำ 25 สตางค์
    และ
    ในสมัยรัชกาลที่ 1 – 3 เงินตราหลักที่ใช้ยังคงเป็นเงินพดด้วง เพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลงตราประจำรัชกาลที่ใช้ประทับเท่านั้น โดยในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดให้มีการผลิตพดด้วง ประทับตรา “บัวอุณาโลม” ซึ่งเป็นเครื่องหมายประจำรัชกาล และตราพระแสงจักร ซึ่งเป็นตราประจำแผ่นดิน มีขนาดและราคาต่าง ๆ เช่น ตำลึง บาท กึ่งบาท สลึง เฟื้อง
    เช่นนี้ก็จะทราบว่า สุนทรภู่ย่อมใช้เงินสกุล สลึง และบาท อย่างแน่นอน

    แต่อาจจะคาดคะเนไม่ถูกต้องก็ได้ ซึ่งมิได้ออกความเห็นเพื่อคัดค้านหรือเห็นด้วยดังว่า
    ทางไกลตาอุปมาเหมือนเสียเนตร
    สุดสังเกตเท็จจริงทุกสิ่งสรรพ์

    ได้แต่ใช้ข้อสังเกตุไปตามความคิดของตนเท่านั้นเองฯ

  2. ผมว่าเป็นผลงานของท่านสุนทรภู่เป็นแน่แท้
    *การไหว้ครูธรรมดาครับ
    เพราะเป็นบทสอนโดยตรง ท่านครูมีความฉลาดในกิจที่ควรทำ ดั่งนั้นผมจึงไม่มีความสงสัย*

  3. ขออนุญาติโต้แย้งสักนิดนะครับ อ้างอิงจากหนังสือสุนทรภู่ไม่ได้เป่าปี่พระอภัยมณีไม่ใช่คนระยองของครูทอม จักรกฤต โยมพยอม สุภาษิตสอนหญิงนี้ สุนทรภู่หรือพระสุนทรโวหาร (ภู่) ไม่ใช่ผู้ประพันธ์นะครับ นักวิชาการหลายๆท่านก็ถกเถียงกันมานานแล้วแต่ได้ผลสรุปมาว่า นักวิชาการด้านภาษาไทยหลายๆท่านต่างให้ข้อสรุปว่าสุภาษิตสอนหญิงไม่ใช่ผลงานของท่านสุนทรภู่ เพราะ 1.สำนวนและกลวิธีการประพันธ์แตกต่างจากของท่านสุนทรภู่ กล่าวคือ เรื่องนี้มีบทประณามพจน์ หรือบทไหว้ครู คือ
    ประนมหัตถ์นมัสการขึ้นเหนือเศียร
    ต่างประทีปโกสุมปทุมเทียน จำนงเนียรนบบาทพระศาสดา
    อันเป็นมิ่งโมลีสี่ทวีป ดังประทีปส่องทั่วทุกทิศา
    ก็ล่วงลับดับไกลนัยนา สู่มหาห้องนิพพานสำราญรมย์
    ฉันชื่อภู่ผู้ประดิษฐ์คิดสนอง ขอประคองคุณใส่ไว้เหนือผม
    ให้ประเสริฐเลิศล้ำด้วยคำคม โดยอารมณ์ดำริรักชักภิปราย
    ซึ่งหลายๆเรื่องที่ท่านสุนทรภู่ประพันธ์จะเริ่มเรื่องขึ้นมาเลย ไม่มีบทไหว้ครู
    ซึ่งผู้ประพันธ์จริงๆคือนายภู่ นกกระจาบ หรือชื่อจริง นายภู่ จุลละภมรครับ
    2.มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
    จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน
    บทนี้จะเห็นได้ว่าเงินสลึง เพิ่งจะมีใช้ในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งสุนทรภู่ถึงแก่กรรมในรัชกาลที่ 4 ครับผม

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button