HEALTH AND BEAUTY

ไตรภูมิ: พระจักรพรรดิราช (Chakravartin) คือใคร ? ในพุทธศาสนา | ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ

คุณกำลังพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับหัวข้อการหาเงินออนไลน์หรือไม่? คุณกำลังมองหาหัวข้อที่เหมาะสม ไตรภูมิ: พระจักรพรรดิราช (Chakravartin) คือใคร ? ในพุทธศาสนา หรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้นโปรดอ่านบทความนี้ทันที.

ไตรภูมิ: พระจักรพรรดิราช (Chakravartin) คือใคร ? ในพุทธศาสนา | wrath แปล ว่า.

ดูคำแนะนำด้านล่าง

รูปภาพที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อ wrath แปล ว่า.

ไตรภูมิ: พระจักรพรรดิราช (Chakravartin) คือใคร ? ในพุทธศาสนา
ไตรภูมิ: พระจักรพรรดิราช (Chakravartin) คือใคร ? ในพุทธศาสนา

ความรู้ทั่วไปทางธุรกิจ, ดูรายละเอียดที่นี่ : ดูที่นี่.

ควรอ่านเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อไตรภูมิ: พระจักรพรรดิราช (Chakravartin) คือใคร ? ในพุทธศาสนา.

#ไตรภูมิ #จักรพรรดิ์ราช #พระพุทธเจ้า (จักรวรรธน์) อสูรพิโรธคือใคร? อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่ง🔔เมื่อผมอัพคลิปใหม่ๆ จะเป็นคนแรกที่รู้ เล่าเรื่องนรก พญานาค ครุฑ กำเนิด 4 กำเนิดมนุษยชาติ พรหมโลก 20 ชั้น สวรรค์ 6 ชั้น ข้อมูลจักรพรรดิราชาจากสายตา ศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ อโศก ที่มาภาพ : รวม VS ศึกฮ่องกง vs Honghai Er (อังไฮยี – พระศิวะเด็กแดง vs พระพุทธเจ้าผู้ชนะ ธ อร์ vs พระอินทร์ที่ชนะพระพิฆเนศ VS หนุมานที่ชนะเทพธิดากาลี vs พระศิวะที่ชนะพระศิวะ vs พระนารายณ์ผู้ชนะ, วาสุกรี vs งูโลก, ผู้ชนะ, ธานอส ปะทะ เจ้าแม่กาลี ผู้เป็นผู้ชนะ ง้อง VS โกคู ผู้เป็นผู้ชนะ หนุมาน VS นอง เอลซ่า VS อ่าวปิง ผู้เป็นผู้ชนะ นาจะ VS ขันธกุมาร ผู้ชนะประวัติศาสตร์ พระเจ้าด้ายแดง ตรีมูรติ ไม่ใช่เทพเจ้าแห่งความรัก . Greek Goddess of Love ข้อมูล Goddess of Sex ♫ เพลงประกอบ ♫ African Instrumental Beat : ผลิตโดย Sammy Rowdy = www.sammyrowdy.com Industrious Ferret : Kevin MacLeod (ดาวน์โหลด: ) “Shahed – Indian Fusion” ใช้งานได้ฟรีทุกที่ตราบเท่าที่ คุณให้เครดิต Shahed เพลงโปรโมตโดย BreakingCopyright: ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ ▬▬▬ No Copyright Motion Graphics Motion Graphics จัดทำโดยช่อง YouTube: ▬▬▬▬▬▬ ▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬▬ “Peritune – Chinatown Healing” Attribution 3.0 Unported (CC BY 3.0) เพลงที่จัดทำโดย BreakingCopyright: อย่าลืมกดติดตามและกดกระดิ่ง 🔔 เมื่อฉันลงคลิปใหม่ จะเป็นคนแรกที่รู้ Twitch : Blog Dragon Ball : ติดต่องานได้ที่ facebook : หรือติดตามช่องได้ที่ Suryaputra Suryabutra Story : Suryaputra NextGen : Suryaputra Gamer เล่นเกมเท่านั้น : ✔ ฝากกดติดตาม กระดิ่ง 🔔 ด้วยนะครับ เพื่อรับการแจ้งเตือน ทุกครั้งที่คุณลงคลิปใหม่จากฉันตลอดเวลา Suriyabutr Channel : Facebook Fanpage : twitter: ==================== == บัญชี Steam : *บริจาคสนับสนุนผลงานของช่อง ขึ้นจอตอนไลฟ์* *paypal* : *truemoney* *true wallet* :0610651569 (โปรดแจ้งเมื่อบริจาคเพราะต้องกดตัวเองที่หน้าจอ) กด Subscribe กด Like กด Share เป็นกำลังใจให้ด้วยนะครับ :) เล่นรายการ ตำนานนอร์ส นารายณ์ 10 มหาภารตะ, เทพจีน ปีศาจ กฤษณะ เทพกรีก เทพโรมัน หนุมาน ช่อง 8 เจ้าแม่กาลี พระอินทร์ เทพนพพร รามายณะ (รามวตาร) ครุฑ นาค สัตว์ในตำนาน เทพ พระวิษณุ..

chakravartin คือ

ครั้งแรกในอินเดีย ขุดพบ.. รูปพระเจ้าอโศกมหาราช | ไฮไลต์ ตอนที่ 7 ตามรอยพระพุทธเจ้า

วิทยาศาสตร์กับสถาบันกษัตริย์ไทย: เมื่อหลอดทดลองกลายเป็นศาตราวุธของสมมติเทพ

ความเป็นกษัตริย์ของไทยได้รับแนวคิดทางศาสนามาอธิบายถึงสถานภาพของกษัตริย์ในฐานะที่เป็นจักรพรรดิแห่งสากล (Universal Emperor) หรือจักรวาทิน (Chakravartin) มีสถานะกษัตริย์เหนือกษัตริย์ นั่นก็คือ จักรพรรดิราช ถือเป็นยุคสมัยที่บ้านเมืองจะเจริญรุ่งเรือง(1) แนวคิดแบบพุทธมหายานและเถรวาทที่กล่าวถึงกษัตริย์มีฐานะเป็นพระโพธิสัตว์(bodhisattva)หมายถึงผู้จุติลงมาบำเพ็ญบารมีช่วยเหลือผู้คนเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเป็นพระพุทธเจ้าต่อไปในภพหน้า(2) และคติแบบฮินดูของการเป็นสมมติเทพที่ได้รับมาจากสมัยอยุธยา อย่างไรก็ตามคติความคิดดังกล่าวได้รับการสั่นคลอนในช่วงยุคล่าอาณานิคมจึงทำให้รัชกาลที่ 4 ทรงปรับภาพลักษณ์ในสถาบันกษัตริย์ให้ทันสมัยผ่านการรับวิธีการคำนวณดวงดาวด้วยวิธีการดาราศาสตร์แบบตะวันตกเพื่อทำนายช่วงเวลาเกิดสุริยุปราคาและรัชกาลที่ 5 ปรับปรุงระเบียบวิธีการปกครองที่เคยอ้างอิงกับสิทธิตามหลักศาสนาเพื่อเรียกเก็บภาษีจากกลุ่มประเทศราชในขอบขันต์สีมาเป็นการรับวิธีคิดรัฐชาติแบบตะวันตกที่มีขอบเขตและอำนาจในการปกครองอย่างชัดเจนถือเป็นการกระชับอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง

ชนชั้นนำไทยถือเป็นกลุ่มที่เลือกรับหรือผู้รักษาประตู(Gatekeeper) นำวิทยาการต่างๆ เข้ามาโดยที่สิ่งที่แรกรับเข้ามาต้องไม่ส่งผลกระทบกับกรอบคิดเดิม คือ พุทธศาสนาถือเป็นเสาหลัก (3) วิทยาการแบบใหม่ต้องถูกตีความให้กลืนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมในลักษณะที่วิทยาการดังกล่าวเป็นเรื่องของทางโลก แต่คำสอนทางศาสนาเป็นเรื่องทางธรรม ดังเช่นในงานของทวีศักดิ์(2541)ได้กล่าวถึงชนชั้นนำได้เลือกรับวิทยาการตะวันตกอย่างเช่น การทหาร การสาธารณะสุข การขนส่ง เนื่องจากวิทยาการดังกล่าวไม่ได้กระทบกับกรอบคิดของสังคมสยามโดยชนชั้นนำสยามได้แยกแยะระหว่างความรู้ทางโลกและความรู้ทางธรรมที่ผูกพันกับพุทธศาสนาอย่างแนบแน่น ด้วยวิธีคิดดังกล่าวจึงทำให้ความรู้แบบตะวันตกกลายเป็นเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมของสยาม

กลุ่มบุคคลคนที่มีบทบาทสำคัญกับความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา คือ ขุนนางเก่าที่ได้รับการศึกษาจากต่างประเทศ กระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครองกลุ่มขุนนางส่วนหนึ่งได้กลายมาเป็นข้าราชการในระบบการปกครองใหม่และท้ายที่สุดกลุ่มคนดังกล่าวได้กลับมาสนับสนุนสถาบันกษัตริย์อีกครั้งผ่านโครงการพระราชดำริต่างๆ ที่ต้องพึ่งพาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์กล่าวคือ ระยะเริ่มต้นก่อตั้งวิชาเกษตรให้เป็นระบบโรงเรียนเกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ท่านทรงมีพระราชวินิจฉัยให้อุดหนุนการทำไหมและในภายหลังกลุ่มขุนนางเพิ่มวิชาการเพาะปลูกพืชเข้าในหลักสูตร หลังจากนั้นในปี พ.ศ. 2449 ได้เปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนช่างไหมเป็นโรงเรียนวิชาการเพาะปลูก กระทั่งในเวลาต่อมารัชกาลที่ 6 ส่งขุนนางไปศึกษาต่อยังต่างประเทศเพื่อสร้างความทันสมัยในการผลิตพืชผลทางการเกษตร

กลุ่มคณาจารย์ที่ได้รับการศึกษาจากต่างประเทศและมีบทบาทสำคัญกับวงการเกษตรศาสตร์ต่อมา คือ พระช่วงเกษตรศิลปการ หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจและหลวงอิงคศรีกสิการหรือที่เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี เสนาบดีกระทรวงธรรมการขนานนามทั้งสามท่านว่า “สามเสือเกษตร” ท่านทั้งสามมีบทบาทสำคัญในการขยายโรงเรียนฝึกหัดครูประถมกสิกรรมไปทุกภูมิภาคและร่วมงานกับหม่อมเจ้าสิทธิพร กฤดากร ก่อตั้งหนังสือพิมพ์กสิกรหนังสือพิมพ์การเกษตรสมัยใหม่ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัชกาลที่ 7 (4) โดยทั้งสามท่านมีบทบาทสำคัญในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในเวลาต่อมา

วิทยาศาสตร์กลายเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันกษัตริย์ 

ความเป็นวิทยาศาสตร์ต้องต่อรองกับความคิดทางศาสนา ดั่งจะเห็นได้จากนักวิทยาศาสตร์ไทยเองกลับให้ความสำคัญกับศาสนาในฐานะความรู้ที่อยู่เหนือกว่าวิทยาศาสตร์ เช่น ศ.ดร.ระวี ภาวิไล(5)ราชบัณฑิตสาขาดาราศาสตร์ ที่กล่าวถึง พุทธศาสตร์เข้าถึงความจริงได้มากกว่าวิทยาศาสตร์ และเสน่ห์ จามริก ที่มองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเหมือนวัฒนธรรมอาณานิคมอีกแบบหนึ่งของต่างชาติที่เข้ามาตักตวงผลประโยชน์ของชาติ สิ่งที่เหมาะสมที่สุดในทัศนะของเสน่ห์ คือให้ความสำคัญกับ “วิทยาศาสตร์เชิงพุทธ” หมายถึงการนำพุทธศาสนาเข้ามาเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้ที่เชื่อมโยง ความเป็นมนุษย์และชีวิตซึ่งแตกต่างจากทฤษฎีความรู้ภายใต้อารยธรรมตะวันตกสมัยใหม่หรือวิทยาศาสตร์ได้ปฏิเสธคุณค่านี้ (6)

วิทยาศาสตร์ถูกปรับให้เข้ากับบริบทของสังคมไทยโดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ไทย กล่าวคือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ห่างไกลและนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ไปแก้ไขปัญหาให้พสกนิกร โครงการของสถาบันกษัตริย์เน้นในเรื่องดิน(แกล้งดิน) น้ำ(ฝนหลวง) ชลประทาน(แก้มลิง) ข้าว(พันธุ์) ส่วนหนึ่งภาพลักษณ์ของสถาบันกษัตริย์มีความซ้อนทับระหว่างความเป็นกษัตริย์ตามคติความเชื่อแบบโลกตะวันออก คือ พระโพธิสัตว์ แนวคิดเกี่ยวกับพระโพธิสัตว์ทั้งฝ่ายเถรวาทและมหายานมีความหมายคล้ายคลึงกัน คือ บุคคลผู้ที่มีความมุ่งมั่นบำเพ็ญบารมีช่วยเหลือประชาชนเพื่อกลายเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต และคติแบบโลกตะวันตกที่ให้ความสำคัญกับความรู้และผู้ชำนาญการด้านวิทยาศาสตร์ในฐานะความหวังใหม่เพื่อสร้างการพัฒนาให้กับประเทศ

นักวิทยาศาสตร์ของไทยได้สร้างภาพลักษณ์และอัตชีวประวัติให้กับสถาบันกษัตริย์ผ่านกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ที่เคยทำงานร่วมกับพระมหากษัตริย์ของไทย อัตชีวประวัติของกษัตริย์ไทยมีความซ้อนทับระหว่างการเล่าเรื่องแบบมหาวีรบุรุษและอัจริยภาพทางวิทยาศาสตร์ ลักษณะการเขียนอัตชีวประวัติของสถาบันกษัตริย์มีความเป็นตำนานของมหาวีรบุรุษที่ให้ความสำคัญแก่ชนชั้นนำในฐานะที่กำหนดความเป็นไปของสังคมโดยเฉพาะในด้านวิทยาศาสตร์ กษัตริย์แสดงถึงอัจริยภาพตั้งแต่วัยเยาว์จนกระทั่งเริ่มต้นโครงการพระราชดำริ ลักษณะการนำเสนอภาพลักษณ์ดังกล่าววางอยู่บนพื้นฐานของหลักธรรมตามพระราชปณิธานและปฏิบัติให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ทางวิทยาศาสตร์

ตัวอย่างการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการสร้างภาพลักษณ์ให้กับสถาบันกษัตริย์ เช่น งานในด้านน้ำในปี พ.ศ. 2499 ม.ล.เดช สนิทวงศ์ ม.จ.จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ และ ม.ร.ว.เทพฤทธิ์ เทวกุล สนองพระราชดำริ คิดค้นวิธีการทำฝนเทียม คณาจารย์ทั้งสามท่าน เริ่มต้นศึกษาและนำวิธีการทำฝนในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และอิสราเอล มาประยุกต์ใช้กับสภาพอากาศของเมืองไทย ภายใต้การพระราชทานข้อแนะนำจากองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เรื่องราวผ่านสื่อกระแสหลักได้กล่าวการทำฝนเทียมครั้งแรกเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม พ.ศ.2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสาธิตการทำฝนหลวงให้คณะทูต คณะผู้บริหารและนักวิทยาศาสตร์จากประเทศสิงคโปร์ได้ชมที่เขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี โดยใช้สนามบินบ่อฝ้ายอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นฐานปฏิบัติการ การสาธิตครั้งนั้นใช้เวลารวมทั้งหมด 5 ชั่วโมง ฝนจึงตกลงมาอย่างแม่นยำในบริเวณอ่างเก็บน้ำแก่งกระจาน นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประดิษฐ์ภาพ “ตำราฝนหลวง” ด้วยคอมพิวเตอร์ เพื่อแสดงขั้นตอนและกรรมวิธีการดัดแปรสภาพอากาศให้เกิดฝนจากเมฆอุ่นและเมฆเย็น พระราชทานแก่นักวิชาการฝนหลวงเพื่อถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกัน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2542

นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงปรับเปลี่ยนประเพณีโบราณในส่วนของพระราชตำหนักส่วนพระองค์อย่างเช่น พระตำหนักจิตรลดารโหฐานที่ถูกสร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 6 ที่ตั้งชื่อพระตำหนักตามชื่อสวนแห่งหนึ่งของพระอินทร์ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ที่เป็นดั่งตัวแทนที่พำนักสมมติเทพให้กลายเป็นสถานีทดลองโครงการส่วนพระองค์ด้านการเกษตร และทรงเปลี่ยนพระตำหนักตามหัวเมืองต่างๆ ที่แสดงถึงขอบขัณฑสีมาของพระราชอำนาจ ให้กลายเป็นสถานีวิจัย ศูนย์ศึกษา เช่นที่ทรงพระราชดำรัสว่า “แล้วก็เลยถามผู้ที่ให้ที่นั้นนะ ถ้าหากไม่สร้างพระตำหนักแต่ว่าสร้างเป็นสถานที่ที่จะศึกษาเกี่ยวกับการเกษตรจะเอาไหม เขาก็บอกยินดี ก็เลยเริ่มทำในที่นั้น” (7) และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ.2526 ความตอนหนึ่งว่า “ เป็นสาธิตการพัฒนาเบ็ดเสร็จ หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกด้านของชีวิตประชาชนที่จะเลี้ยงชีพในท้องถิ่นที่จะทำอย่างไร และได้เห็นวิทยาการแผนใหม่สามารถที่จะหาดูวิธีจะทำมาหากินให้มีประสิทธิภาพ ด้านหนึ่งก็เป็นจุดประสงค์ของศูนย์เป็นสถานที่สำหรับค้นคว้าวิจัยในท้องที่เพราะว่าแต่ละท้องที่มีสภาพฟ้า อากาศและประชาชนในท้องที่ต่างๆ กันก็มีลักษณะแตกต่างกันมากเหมือนกัน กรมกองต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนทุกด้านได้แลกเปลี่ยน” (8)

เครือข่ายนักวิทยาศาสตร์สายเกษตร

จากรายงานวิจัยโครงการการศึกษาเชิงวิพากษ์: สถานภาพและทิศทางของการศึกษาเกษตรในประเทศไทย ผู้วิจัยได้กล่าวถึงรัชกาลที่ 9 ทรงมีส่วนในการวางรากฐานที่สำคัญในการศึกษาด้านการเกษตร กล่าวคือในปี พ.ศ.2502 มูลนิธิอานันทมหิดลขยายการให้ทุนออกไปในสาขาวิชาต่างๆ ในส่วนของสาขาเกษตร มี ศาสตราจารย์อินทรี จันทรสถิตย์ เป็นประธานคัดเลือกทุนแผนกเกษตรศาสตร์ มูลนิธิอานันทมหิดลได้สร้างคณาจารย์และบุคลากรทางด้านการเกษตรตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงปี พ.ศ.2546 จำนวนทั้ง 56 คน คิดเป็นร้อยละ 22.31 ของผู้ได้รับทุนทั้งหมด และผู้สำเร็จการศึกษาเกือบทั้งหมดสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก(9)

เวลาต่อมากลุ่มวิทยาศาสตร์สายเกษตรร่วมกันจัดตั้งสมาคมวิทยาศาสตร์การเกษตรแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2512 โดยกลุ่มนักวิทยาศาสตร์การเกษตรที่กลับจากต่างประเทศ เช่น ศ.ปวิณ ปุณศรี ดร.สันทัด โรจนสุนทร เป็นหัวเรือใหญ่ที่ได้รับความช่วยเหลือจากศาสตราจารย์อินทรี จันทรสถิตย์ (10) และ คณาจารย์กลุ่มดังกล่าวได้กลายเป็นนักวิจัยหลักของโครงการหลวงในเวลาต่อมา

กระทั่งในโอกาสเฉลิมฉลองกาญจนาภิเษกแห่งรัชกาล เมื่อ พ.ศ. 2539 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนกก็ออกจำหน่ายและได้รับการเผยแพร่ผ่านสื่อโดยกลุ่มเครือข่ายสถาบันกษัตริย์ ได้เปรียบเทียบพระมหาชนกในฉบับพระราชนิพนธ์เป็นในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงบำเพ็ญบารมี ช่วยเหลือพสกนิกรด้วยความเพียร เหมือนเช่นพระมหาชนก ฉบับพระราชนิพนธ์ที่พระองค์ทรงอยู่ช่วยเหลือพสกนิกรจนบ้านเมืองสงบสุขแล้วจึงออกผนวชและตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

ในหลวงรัชกาลที่ 9 สนับสนุนนักวิทยาศาสตร์สายเกษตรเปรียบเสมือนกับพระมหาชนกที่ทรงชุบเลี้ยงพราหมณ์ไว้เพื่อนำมาช่วยเหลือบ้านเมืองในยามเกิดวิกฤต เช่น การฟื้นฟูต้นมะม่วง พระมหาชนกมีบัณฑิต 2 คน คือ จารุเตโชพราหมณ์และคเชนทรสิงบัณฑิต คนแรกชำนาญการปลูก คนหลังชำนาญการถอน แต่บัณฑิตทั้งสองคนใช้ความรู้ที่ทางไม่ถูกต้อง เพราะพวกเขาไม่สามารถใช้ความรู้เพื่อทำนุบำรุงและขยายพันธุ์ได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งคเชนสิงหบัณฑิตเป็นผู้นำ “ยันตรกลเก็บเกี่ยว” มาใช้เก็บมะม่วงเพื่อถวายให้พระอุปราช คือ ฑีฆาวุราชกุมาร ทำให้ต้นมะม่วงโค่นลงด้วยความเขลา ดังนั้นพระมหาชนกต้องคิดวิธีแก้ปัญหาโดยให้นักปราชญ์กลุ่มดังกล่าวเป็นผู้ช่วยในการดำเนินการเหมือนดั่งเช่นในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นผู้ชี้แนะเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่เข้าร่วมโครงการเพื่อนำความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ไปใช้ทำนุบำรุงประเทศชาติ

ดังนั้นชนชั้นนำเป็นผู้แลกรับและคัดสรรความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาในสังคม พวกเขาเลือกรับความรู้ที่ไม่กระทบกับระบบความเชื่อเดิมที่เกี่ยวข้องกับการปกครอง กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 9 ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มีลักษณะเฉพาะที่สำคัญ คือ ความรู้ดังกล่าวถูกพิจารณาจากนักวิทยาศาสตร์ที่ช่วยเหลืองานสถาบันกษัตริย์ว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการบำเพ็ญบารมีเพื่อช่วยเหลือพสกนิกรและ ผู้ที่คู่ควรกับเครื่องมือดังกล่าวต้องเปี่ยมไปด้วยบุญญาบารมีและศีลธรรมตามคติความเชื่อของศาสนา

 

อ้างอิง
(1) Tambiah, Stanley. (1976). World Conqueror and World Renouncer: A Study of Buddhism and Polity in Thailand against a Historical Background. Cambridge: Cambridge University Press. p.96
(2) Reynolds, C. J. (2006). Seditious histories: contesting Thai and Southeast Asian pasts. Seattle: University of Washington Press. pp.205-206
(3) ทวีศักดิ์ เผือกสม. (2541). การทำตะวันตกให้เป็นตะวันออกของสยาม: การตอบโต้รับมือกับวาท กรรมความเป็นอื่น ของมิชชั่นนารีตะวันตกโดยปัญญาชนสยามในช่วงต้นศตวรรษที่ 19.รัฐศาสตร์สาร,21(3), 70-150.
(4) อินทรี จันทรสถิตย์. (2533). ชีวิตและงานศาสตราจารย์พิเศษ อินทรี จันทรสถิตย์ (หลวงอิงคศรีกสิการ). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ศูนย์ส่งเสริมและฝึกอบรมการเกษตรแห่งชาติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.น.1-17
(5) พระเทพเวที(ประยุทธ์ ปยตโต). (2535). พุทธศาสนาในฐานะเป็นรากฐานของวิทยาศาสตร์. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.น.1-2
(6) เสน่ห์ จามริก. (2532). การแสดงปาฐกถาพิเศษ “ป๋วย อึ๊งภากรณ์” ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์., น.39-47)
(7) ชัชชัย ภูวิชยสัมฤทธิ์. (2555). ผลสำเร็จโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ: 84 พรรษา ประโยชน์สุขสู่ปวงประชา. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ.น.35-37
(8) มูลนิธิบัณฑิตยสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย. (2543). วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย: จากอดีตสู่อนาคต.กรุงเทพฯ: ฝ่ายนิเทศสัมพันธ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ.น.39-42
(9) ผ่องพรรณ ตรัยมงคลกูล, ประสงค์ ตันพิชัย. (2547). รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์โครงการการศึกษาเชิงวิพากษ์: สถานภาพและทิศทางของการศึกษาเกษตรในประเทศไทย. กรุงเทพฯ:มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. น.127
(10) คณะกรรมการจัดทำหนังสือ 72 ปี ดร.สันทัด โรจนสุนทร. (2547). ครบ 6 รอบนักษัตร ดร.สันทัด
โรจนสุนทร.กรุงเทพฯ : คณะกรรมการจัดทำหนังสือ 72 ปี ดร.สันทัด โรจนสุนทร ,น.137

เรา หวังว่าข้อมูลในบทความนี้จะมีคุณค่ามากสำหรับคุณ. ขอแสดงความนับถือ.

wrath แปล ว่า – การค้นหาที่เกี่ยวข้อง.

wrath แปล ว่า

ไตรภูมิ: พระจักรพรรดิราช (Chakravartin) คือใคร ? ในพุทธศาสนา

ธรรมราชา,พระพุทธศาสนา,ราชา,ธรรม,จักพรพรรดิ,วันจักรี,Chakravartin,ไตรภูมิ

#ไตรภม #พระจกรพรรดราช #Chakravartin #คอใคร #ในพทธศาสนา

Gianni Towne

สวัสดีทุกคนฉันชื่อ Gianni Towne ฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัลเครือข่ายคอมพิวเตอร์การเขียนโปรแกรม เว็บไซต์นี้ฉันสร้างขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันความรู้ให้กับทุกคนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

Related Articles

33 Comments

  1. สาาาธุ ขออนุโมทนา แด่ ผู้บรรยายคลิป รวดเร็ว สั้น กะทัดรัด เข้าใจง่าย

  2. แต่โดยรวมทั่วโลกจะสงบสุข พระมหาจักรพรรดิจะให้ กษัตริย์ ในที่ต่างๆและประชาชน ถือศีลห้า แต่ถ้าเป็นพุทธเจ้า ๆไม่เข้าไปยุ่งกับการเมืองพวกกษัตริย์ทั่วโลกยังคงรบราฆ่าฟันกัน

  3. จักรแก้ว ดวงแก้ว ม้าแก้ว ช้างแก้ว ไปเที่ยวหลุมดำมัอันตรายมัย

  4. องค์พระมหาจักรวาติราช(จักรวาล)เป็นผู้ปกครองจักรวาลทางช้างเผือกของเรานั่นเอง(หรือมีชื่ออิกทีคือพระเจ้าช้างเผือก)____ถ้าพระมหาจักรพรรดิ์ยะสิราชเป็นตำแหน่งเทวโลก(มีหน้าที่ปกครองโลก)หรือพระศรีอาริยะเมตไตรนั่นเอง

  5. กษัติย์เป็นแค่ผู้มีบุญ……คนไทยหลงคิดเอง…….มั่วแต่งเทพให้ต่ำ….จักรไม่แก้ว…..จักรก็คือแบบฮินดู….เพ้อ

  6. ศาสนาฮินดูอยู่ในอินเดียผู้มีผิวดำ
    ศาสนาฮินดูเป็นคนละศาสนากับศาสนาพรหม
    ศาลฮินดูอย่านำไปผสมกับศาสนาพรหม
    ประเทศไทยคนพุทธถือว่าพระพรหมเป็นเทพองค์หนึ่ง คนพุทธในประเทศไทยจึงเคารพศรัทธาต่อพระพรหม
    แต่ศาสนาฮินดูไม่ให้เคารพพระพรหม

  7. สยบได้โดยไม่ต้องสู้รบ แสดงว่ามีอำนาจมากถึงขั้นยอมจำนนเรย เพราะสู้ไปก็ไม่ชนะดิ้นรนไปก็เท่านั้น (เหมือนตอนมาดาระถล่มกองทัพนินจาที่เรียกอุกกาบาตลงมา สภาพคือแขนขาอ่อนได้แต่ขำว่า ชั้นมาทำอารายที่นี้ 5555 เจองี้สู้ไปก็ไม่ชนะ มีแต่ตายเปล่า ระดับมันต่างกัน

  8. ช่วยเอาทวิปทั้งสี่และการโคจรของโลกและพระอาทิตย์มาลงให้หน่อยได้ไหม อยากจะรู้ว่าที่เราคิดมันเหมือนกับการที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ไหม เรามีความเห็นว่านักดาราศาสตร์มีความเห็นที่ผิดในการโคจรของดวงอาทิตย์และโลก ส่วนพระศรีอาริย์นั้นท่านเป็นพระโพธิสัตว์ถึงจะมาเกิดก็เกิดมาเพื่อบำเพ็ญบารมีการจะค้นหาท่านนั้นเมื่อถึงเวลาก็จะรู้เองอย่าไปเชื่อใครว่าเป็นคนนั้นคนนี้(แต่ในความคิดของเราน่าจะเป็นคนนี้…ถ้าพูดไปหากไม่เป็นจริงก็จะเป็นการโกหกรอเมื่อถึงเวลาก็จะรู้เอง แต่เราคิดว่าน่าจะเป็นคนนี้แหละ ไม่ใช่เราอย่างแน่นอน )1สงครามต้องเกิดก่อน 2ศาสนาพุทธต้องรุ่งเรืองก่อน3ประเทศต้องเจริญก่อน จากนั้นศาสนาพุทธจะขยายไปทั่วโลก .นี่คือความเห็นส่วนนตัวนะครับ.

  9. ยุคเราคงเรียกว่าจอมเผด็จการ เป็นยุคมนุษย์ใกล้เสื่อมเต็มที่แล้ว ไม่ฟังเหตุฟังผล อีกหน่อยก็ฆ่าล้างกัน

  10. อยากทราบว่าพระมหาจักรพรรดิ์กับพระมหาอริยเมตไตรย เกี่ยวข้องกันยังไงครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Back to top button